วิกฤตเวเนซุเอลาล่าสุดกับการแทรกแซงของสหรัฐฯ

วิกฤตเวเนซุเอลาล่าสุดกับการแทรกแซงของสหรัฐฯ | ในเช้าวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2026 ปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ โดยกองกำลังสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของเวเนซุเอลาและภูมิรัฐศาสตร์โลกไปตลอดกาล ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า กองกำลังพิเศษสหรัฐฯ สามารถจับกุม นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภรรยาได้สำเร็จ ในปฏิบัติการจู่โจมกลางดึกที่กรุงการากัส

สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ

MrPhatt

1/7/2026

a sign that is in the grass near a tree
a sign that is in the grass near a tree

มาดูโรถูกนำตัวออกนอกประเทศไปยังเรือรบ USS Iwo Jima ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังนครนิวยอร์กเพื่อขึ้นศาลในข้อหา ค้ายาเสพติดและอาวุธ ระหว่างที่ศาลรัฐบาลกลางแมนแฮตตันพิจารณาคดีของผู้นำเวเนซุเอลา ชายผู้ประกาศตัวว่า "ยังคงเป็นประธานาธิบดี" และ "เป็นคนดี" อยู่นั้น ทรัมป์ก็ประกาศว่า สหรัฐฯ จะ "บริหารประเทศ" เวเนซุเอลาชั่วคราว "จนกว่าจะสามารถเปลี่ยนผ่านอย่างปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ"

ชุดเหตุผลที่เปลี่ยนแปลงได้: จาก "สงครามปราบยาเสพติด" สู่ "ผลประโยชน์แห่งชาติ"

การแทรกแซงครั้งนี้มาพร้อมกับ ชุดเหตุผลที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงได้ ตามสถานการณ์ เริ่มต้นจากการเน้นหนักเรื่องการปราบปรามยาเสพติด โดยทรัมป์กล่าวหามาดูโรว่าเป็น "หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด" และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย "Cartel de los Soles" ที่ลักลอบนำโคเคนเข้าสหรัฐฯ

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ฟ้องร้องมาดูโร ภรรยา และบุตรชายในข้อหาสมคบกันก่อการร้ายยาเสพติดและนำเข้าโคเคน อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติดไม่ใช่เหตุผลเดียว ทรัมป์ยังกล่าวถึงประเด็นผู้อพยพ โดยอ้างว่าเวเนซุเอลาปล่อยให้นักโทษและอาชญากรลักลอบเข้าสหรัฐฯ

เหตุผลที่แท้จริง อาจซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวของการต่อต้านยาเสพติด เวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก มากกว่าซาอุดีอาระเบียเสียอีก ทรัมป์เคยแสดงความปรารถนาที่จะควบคุมแหล่งน้ำมันนี้อย่างเปิดเผย โดยกล่าวในอดีตว่า "เราน่าจะได้น้ำมันของเขามา" และ "เมื่อฉันออกจากตำแหน่ง เวเนซุเอลากำลังจะล่มสลาย เราควรจะยึดครองมัน เราควรจะได้น้ำมันทั้งหมดนั้นมา"

ในการแถลงข่าว ทรัมป์เปิดเผยว่า บริษัทพลังงานของสหรัฐฯ จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ทรุดโทรมของเวเนซุเอลา แม้จะอ้างว่า "ผู้ที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดคือประชาชนเวเนซุเอลา" แต่หลายฝ่ายมองว่าสหรัฐฯ กำลังมองหาวิธี "ได้รับคืนค่าใช้จ่าย" จากการแทรกแซงครั้งนี้

แรงจูงใจทางภูมิรัฐศาสตร์: การปัดเป่าอิทธิพลจีน-รัสเซีย

เวเนซุเอลาไม่ได้เป็นเพียงแค่ประเทศที่มีน้ำมันมากที่สุดในโลกเท่านั้น แต่ยังเป็น ฐานที่มั่นสำคัญของจีนและรัสเซีย ในทวีปอเมริกาใต้มาหลายทศวรรษ เวเนซุเอลามีการกู้เงินและขายน้ำมันให้จีน ขณะเดียวกันก็ซื้ออาวุธจากรัสเซีย

การที่สหรัฐฯ ยึดควบคุมเวเนซุเอลาได้ในชั่วข้ามคืน จึงเป็นการ "ไล่" อิทธิพลของคู่แข่งออกจาก "หลังบ้าน" ของตนเองอย่างได้ผล ตามหลักการ Monroe Doctrine ที่ทรัมป์ได้นำกลับมาใช้ใหม่โดยตั้งชื่อว่า "หลักการ Donroe Doctrine"

ทรัมป์ประกาศว่าการปฏิบัติการในเวเนซุเอลาแสดงให้เห็นว่า "ความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในซีกโลกตะวันตก จะไม่มีวันถูกตั้งคำถามอีก" นี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังมหาอำนาจอื่นๆ ว่า อเมริกาจะไม่ยอมให้ใครมาแทรกแซงในเขตอิทธิพลดั้งเดิมของตน

การตอบสนองจากนานาชาติ: ความกังวลและความประณาม

ปฏิบัติการครั้งนี้ถูกประณามอย่างรุนแรงจากหลายประเทศ จีนออกแถลงการณ์แสดงความตกใจและประณาม สิ่งที่ระบุว่าเป็นการโจมตีอธิปไตยของประเทศเวเนซุเอลาอย่างไม่ยั้งคิด รัสเซียประณามว่าเป็นการ "รุกรานด้วยอาวุธ" และยืนยันว่าเวเนซุเอลาควรมีสิทธิกำหนดอนาคตของตนเองโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก

แม้แต่ภายในสหรัฐฯ เองก็มีเสียงวิจารณ์ มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน สส. ที่เคยเป็นพันธมิตรกับทรัมป์ แต่แยกทางกัน ออกมาประณามการกระทำนี้ว่า "เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ชาวอเมริกันขยะแขยงการรุกรานทางทหารที่ไม่มีวันสิ้นสุด"

โธมัส แมสซี สส.รีพับลิกันจากรัฐเคนทักกี เปรียบเทียบเหตุผลทางกฎหมายในการจับกุมมาดูโรจากข้อหาค้าอาวุธและโคเคน กับคำอธิบายของทรัมป์ที่กล่าวว่าปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นเพื่อทวงคืนทรัพย์สินน้ำมันของสหรัฐฯ

อนาคตที่เลือนราง: ความท้าทายและความเสี่ยง

สถานการณ์ปัจจุบันในเวเนซุเอลากำลังอยู่ใน สภาพว่างเปล่าทางการเมือง ขณะที่มาดูโรถูกคุมขังในนิวยอร์ก รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาพยายามรักษาการณ์ แต่การควบคุมประเทศยังไม่ชัดเจน ทรัมป์ระบุว่ากำลังพิจารณาถึงอนาคตของเวเนซุเอลา โดยตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของรองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ

เส้นทางสู่การฟื้นฟูประเทศเต็มไปด้วยอุปสรรค ประวัติศาสตร์ของการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในประเทศอื่นๆ มักจบลงด้วยความวุ่นวายยาวนาน ดังเห็นได้จากกรณีของอิรักที่ประสบกับสงครามกลางเมืองและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นานนับทศวรรษหลังจากการแทรกแซงของสหรัฐฯ

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อ "ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่มั่นคงทวีความรุนแรงขึ้น" ในเวเนซุเอลา และย้ำถึงหลักการพื้นฐานที่ห้ามการใช้กำลังต่อดินแดนและเอกราชของรัฐใดๆ

สงครามที่สิ้นสุดหรือเพิ่งเริ่มต้น?

การแทรกแซงของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์สมัยที่สอง จากผู้สมัครที่หาเสียงด้วยสโลแกน "อเมริกาต้องมาก่อน" และต่อต้าน "สงครามที่ไม่มีวันจบ" สู่ผู้นำที่สั่งการโจมตีทางทหารในเจ็ดประเทศภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี

ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาที่เริ่มต้นขึ้นในคืนวันเสาร์อันเงียบสงบ ไม่เพียงแต่จะกำหนดชะตากรรมของประเทศในอเมริกาใต้เท่านั้น แต่ยังอาจเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญในระเบียบโลกยุคใหม่ ที่เส้นแบ่งระหว่างการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติกับการล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่เริ่มพร่ามัว

ขณะที่ทหารอเมริกันยังคงประจำการในเวเนซุเอลา และบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ เริ่มสำรวจโอกาสทางธุรกิจในดินแดนใหม่นี้ โลกกำลังจับตาดูว่า บทเรียนจากประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ และอนาคตของเวเนซุเอลาจะเป็นไปในทิศทางใดภายใต้การ "บริหารจัดการ" ของมหาอำนาจจากโลกเหนือ

A person walking down a street holding a flag
A person walking down a street holding a flag